บทความนี้ ถูกแชร์ โดย “เราจะรวยอำนาจ” ในห้องกลุ่มไลน์ "ตามหาเงินชราภาพที่หายไป"
อาหารสมองตอนเที่ยง ม.33 และ ม.39 ว่าด้วยเรื่องบำนาญชราภาพประกันสังคม
ตามที่เราๆท่านๆได้ทราบกันนะครับ เราประชาชนที่เป็นผู้ทำงานมีเงินเดือนทุกๆ คนจะถูกบังคับจากหน่วยงานภาครัฐให้ทำประกันสังคมโดยนายจ้างจะเป็นผู้หักเงินเดือนทุกๆ เดือนเพื่อนำส่ง สปส เพราะงั้นเราจะเป็นผู้ประกันตนตาม ม.33
ส่วนผู้ที่ไม่มีงานทำ หรือออกจากงาน จะทำหรือไม่ทำประกันสังคมก็ได้ ถ้าทำก็จะได้เป็นผู้ประกันตน ม.39
เป็นที่ทราบกันทั้ง 2 มาตรานี้เมื่อส่งสมทบไปเรื่อยๆจนครบ 180 เดือนจะเกิดสิทธิ์ได้รับบำนาญโดยการบังคับทันที่เมื่อออกจากการเป็นผู้ประกันตนเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ตัวเลขที่ สปส. มักจะนำมาเผยแพร่เสมอๆ มักจะเป็นเพดานสูงสุดของฐานเงินเดือนคือ 15000 บาทแต่ความเป็นจริง ค่าเฉลี่ยของเงินเดือนแรงงานไทยในระดับผู้ปฎิบัติการ หรือพูดง่ายๆคือผู้ใช้แรงงานเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 11000-13000 บาท เท่านั้นวันนี้จะยกตัวอย่างแบบกลางๆให้ดูสำหรับ ม.33 คิดที่ฐานเงินเดือน 12000 ตามความจริง ไม่ได้โลกสวยแบบ สปส สำหรับ ม.39 มีฐานเดียวคือ 4800 มาลองดูกันครับ แต่ละมาตราจะได้บำนาญกันเท่าไหร่
ม.33 เงินเดือนเฉลี่ย 12000 บาท
ม.39 เงินเดือนเฉลี่ย 4800 บาท
ม.33 ม.39
ส่งครบ15ปีได้. 2400 960
16ปีได้. 2580 1032
17ปีได้ 2760 1104
18ปีได้. 2940 1176
19ปีได้ 3120 1248
20ปีได้ 3300 1320
เป็นตามนี้ครับ ไม่ได้สวยงามอย่างที่ สปส. ยกตัวอย่างสวยๆงามๆ ที่ว่าจะได้เดือนละ 7-8 พัน บาท มันเป็นภาพลวงตาทั้งนั้นครับ กฏหมายบำนาญชราภาพพึ่งมีเมื่อปี พ.ศ. 2542 เพราะฉะนั้นรุ่นเราไม่มีทางได้หรอกครับ7-8พันต่อเดือนน่ะ ที่ผมคิดให้ดูนี่คือค่าเฉลี่ยความเป็นจริงนะครับที่แรงงานส่วนใหญ่จะได้รับเมื่อเกษียญ อาจบวกหรือลบเพิ่มได้ ตามฐานเงินเดือน แต่ส่วนใหญ่จะได้ประมาณนี้แหละครับ เกิดอะไรขึ้นครับ อายุครบ55ปี รับบำนาญเดือนละ 1000-3300 ไม่บอกก็รู้ครับ แรงงานบางท่านพอมีกำลังตอนทำงานซื้อบ้านซื้อที่ไว้เพื่อความมั่นคงในยามแก่ชรา ตอนมีกำลังก็ผ่อนได้ครับเดือนละ 7-8 พัน คนทำงานส่วนใหญ่จะมีบ้านก็ตอนอายุ 30 ปีขึ้นไปโดยประมาณ นั่นทำให้เมื่ออายุ 55 ปี บ้างก็ยังผ่อนไม่หมด บางท่านจะทำงานต่อก็ไม่ไหว ที่ทำไหวนายจ้างก็ไม่ค่อยอยากต่ออายุงานให้แล้ว กลายเป็นว่า จากความมั่นคงในชีวิต กลายเป็นแทบไม่เหลืออะไร เงินบำนาญได้มาไม่พอผ่อนบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ คิดว่าจะเป็นยังไงต่อ ไม่ต้องบอกก็คงรู้ๆกันครับ บ้านที่ซื้อ ที่ดินที่ผ่อนคงไม่พ้นโดนยึดครับ ผู้ประกันตนหวังจะเอาเงินก้อนเป็นบำเหน็จเพื่อมาลงทุนค้าขายเล็กๆน้อยๆได้กำไรวันละ 2-3 ร้อยยังได้มากกว่าบำนาญที่ สปส. ให้เลย แต่ไม่สามารทำได้เพราะกฎหมายที่ระบุไว้เหมือนเพื่อจะเอาเปรียบประชาชน
ผู้มีอำนาจช่วยเหลือประชาชนด้วยครับ อย่ามองโลกสวยไปตามที่ สปส ขายฝัน ความจริงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบครับ
พี่หมอบูรณ์เชื่อว่า ผู้ประกันตนควรมีสิทธิในการเลือกรับบำเหน็จชราภาพ หรือ บำนาญชราภาพได้ตามชอบ เพื่อนำไปใช้ในการใช้ชีวิต หรือ ลงทุนหลังจากครบอายุ 55 ปีแล้ว หรือแม้กระทั้งไปปิดหนี้สินไม่ว่าจะหนี้ใดๆ เพื่อให้ปลอดหนี้หมดความทุกข์จากหนี้ได้ อย่าตัดสินใจแทนผู้ประกันตนเลย เพราะเงินชราภาพที่สะสมเป็นของผู้ประกันตนและส่วนนายจ้าง นายจ้างก็มักจะแจ้งว่าเป็นสวัสดิการตอนเขียนประกาศรับสมัครงานอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อผู้ประกันตนขอรับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพนั้นเท่ากับว่าผู้ประกันตนเพียงขอเงินตัวเองคืนเท่านั้นไม่ได้รับเงินใดๆ จากรัฐเลย นอกจากเงินผลประโยชน์รายปีที่ สปส. ประกาศเพียงปีละ 2-4 % เท่านั้น ท้ายที่สุด สิทธิในเงินนี้ควรให้เจ้าของเงินเลือกทางเดินของตนเอง อย่าได้ห่วงหรือหวงเงินนี้ไว้กับกองทุนประกันสังคมเลย